บ้านทอมดี้ มิตรภาพ ที่ อบอุ่น
MMS Love พร้อม Load สู่มือถือ   MMS Love พร้อม Load สู่มือถือ   MMS พร้อม Load สู่มือถือ   MMS พร้อม Load สู่มือถือ   MMS พร้อม Load สู่มือถือ   

บ้านทอมดี้  |  ทอมดี้ น่ารัก |  หาเพื่อน |  คลับ คนน่ารัก  |  ห้องคุยสด Tomdy Chat |  กระดานข่าว |  น่ารักดอทคอม  |  สมัครสมาชิก      

Happy 1800 DVD

Member
Profile ของ kingkong
kingkong
 
Level : 500
 
ส่งจดหมายถึง kingkong IP-address : 113.53.132.118
SpeedTest

speedtest

XXXX น้องแน็ต XXXX
..ผมนั่งเหม่อมองสายน้ำผ่านม่านน้ำตาที่หลั่งริน..

...................................................................................................................................................................................

เสียงแอร์ดังแทรกความเงียบขึ้นมาทันทีเมื่อผู้คนต่างทยอยเดินทางกลับบ้านกันใกล้หมดออฟฟิศแล้ว ผมนั่งทำหน้าบึ้งตึงเหมือนทุกๆวันอยู่ตรงเก้าอี้รับแขกตัวเดิม

“ไปลูก แม่เสร็จแล้ว” แม่ผมตะโกนบอกมาจากโต๊ะทำงาน พร้อมกับรีบเดินเร็วๆในมือก็หิ้วของพะรุงพะรังมาหาผม

“เมื่อไหร่แม่จะเลิกงานเร็วๆบ้าง แน็ตรอมาตั้งแต่เล็กจนโตรอจนเบื่อ แน็ตว่าเราน่าจะต่างคนต่างกลับบ้านกันได้แล้วนะแม่ บางทีแน็ตอยากไปเดินเล่นกับเพื่อนบ้าง” ผมบอกด้วยน้ำเสียงเบื่อๆเต็มที

“แล้วแน็ตจะกลับยังไง รถอยู่ที่แม่ น้องแน็ตช่วยแม่ถือหน่อยลูก” แม่ถามด้วยความเป็นห่วงก่อนจะยื่นของมือที่มันเกินออกมาให้ผมช่วย ผมถอนหายใจแรงๆก่อนจะช่วยรับมา

“แน็ตก็กลับรถเมล์ไงแม่ แน็ตโตแล้ว เพื่อนๆเค้าก็กลับรถเมล์กันทั้งนั้น แล้วเมื่อไหร่แม่จะเลิกหอบฟางเสียที ทำไมแม่ไม่ทยอยเอาของไปเก็บในรถก่อนบ้างหล่ะแม่”

“น้องแน็ตทำไมขี้บ่นจังวันนี้ ใครทำให้ลูกแม่อารมณ์เสียน๊า” แม่ถามอย่างรู้ทันเมื่อผมบ่นมาจนถึงรถแล้วเปิดเข้าไปนั่งหน้างอเป็นตูดเป็ดอยู่ตรงที่นั่งคนขับ

“ก็วันนี้เตยอยากไปดูหนัง” ผมบอกน้ำเสียงหงุดหงิด เตยเป็นแฟนสาวของผม เราคบกันมาได้เกือบปีแล้วเราเจอกันตอนที่ครอบครัวผมไปกินข้าวนอกบ้านเมื่อสิงหาปีที่แล้ว

“อ้าว..แล้วทำไมน้องแน็ตไม่พาไปหล่ะลูก” แม่ถามน้ำเสียงเป็นห่วงผมเหมือนทุกครั้งที่ผมพูดถึงเตยแล้วผมหน้างอ

“วันนี้แม่จะไปบ้านคุณตา แม่ลืมเหรอ” ผมย้อนถาม

“ไม่ลืม งั้นเดี๋ยวน้องแน็ตไปส่งแม่แล้วก็พาน้องเตยเค้าไปดูหนัง แล้วค่อยกลับมารับแม่ก็ได้”

“หนังเลิกดึกนะแม่ งั้น..แม่ขับรถกลับบ้านเองได้ไหม แน็ตไปแท็กซี่ก็ได้” ผมเสนอเงื่อนไขทันทีเมื่อรู้สึกดีใจที่จะได้ไปดูหนังกับเตย

“ดึกแค่ไหนหล่ะลูก เดี๋ยวแม่ไปรับก็ได้นะ”

“ไม่เอาอ่ะแม่ เผื่อดึกมากแน็ตจะนอนกับเตยที่หอเลย เออ..แม่ งั้นเดี๋ยวแน็ตลงตรงปากซอยบ้านคุณตาแล้วแม่ขับรถเข้าบ้านคุณตาเองนะ แม่ล็อกรถด้วยนะซอยบ้านคุณตาเปลี่ยว” ผมตัดบทเพราะแม่จะได้ไม่ต้องมีเงื่อนไขอะไรอีก แม่ไม่ค่อยอยากให้ผมไปนอนค้างกับเตยสักเท่าไหร่ เหตุผลของแม่ที่ผมฟังกี่ครั้งก็ตลกทุกที แม่บอกว่าแม่ติดผมแต่ผมดันไปติดคนอื่น แม่ชอบพูดประโยคนี้ล้อผมเป็นประจำเมื่อผมเกิดอาการอยากจะไปติดคนอื่น

“คืนนี้แม่ก็เหงาอีกแล้วสิ ว้า..แย่จัง แล้วแน็ตมีตังค์ไปเลี้ยงหนังน้องเตยเค้าหรือเปล่าลูก” แม่ถามพร้อมกับควักกระเป๋าเงินขึ้นมาก่อนจะหยิบแบงค์ร้อยให้ผมสองใบ

“ตั๋วใบละร้อยยี่สิบแล้วนะแม่ แม่ไม่ได้เข้าโรงหนังนานแล้วสิเนี่ย” ผมถามขำๆ

“ก็ตั้งแต่ลูกสาวแม่ริอาจมีความรักนั่นแหละ แม่เลยไม่มีเพื่อนไปดูหนังกะเค้าเลย ฮึ่ม..” แม่แกล้งพูดประชดแล้วก็หยิบแบงค์ร้อยให้อีกสองใบ

“ขอบคุณฮะแม่” ผมยกมือไหว้ก่อนรับเงินมาด้วยหน้าตาที่ชื่นบาน

แม่ส่งผมลงที่หน้าปากซอยบ้านคุณตาแล้วก็ขับรถหายเข้าไปในซอยคดเคี้ยวหลายเลี้ยวสลับซับซ้อน ผมเคยถามแม่ว่าทำไมคุณตาไม่ไปหาบ้านใหม่อยู่ที่มันไม่ลึกขนาดนี้ แม่บอกว่าคุณตารักบ้านนี้ถึงไกลหน่อยแต่มันมีความเป็นธรรมชาติหลงเหลืออยู่ แล้วคุณตาก็รู้ว่าแม่รักบ้านนี้ชอบอยู่บ้านนี้ ผมก็เลยถามแม่ต่อว่าแล้วทำไมแม่ไม่อยู่บ้านนี้ไปผ่อนบ้านใหม่อยู่ทำไมให้มันลำบาก เพราะพ่อผมก็เสียไปแล้วแม่ก็ต้องผ่อนบ้านอยู่คนเดียว แม่ตอบผมว่าถึงแม้ว่าแม่จะรักบ้านคุณตาแค่ไหนแต่แม่รักผมมากกว่า ผมหล่ะงงกับคำตอบของแม่จริงๆ

ผมเดินมานั่งรอรถที่ป้ายรถเมล์ปากซอยบ้านคุณตาอีกไม่กี่นาทีก็จะทุ่มนึงแล้ว ผมโทรไปบอกเตยว่าเดี๋ยวจะไปดูหนังด้วย น้ำเสียงเตยไม่เห็นจะดีใจเลยสงสัยคงโกรธที่อดดูรอบหกโมง เตยไม่ชอบออกจากโรงหนังดึกๆ เหตุผลเพราะว่าหาอะไรกินยาก รถจะกลับหอก็เริ่มน้อยลงทุกทีแล้วก็ต้องกลับแท็กซี่ เตยจะบ่นว่าเปลืองทุกครั้งเวลาที่ต้องขึ้นแท็กซี่บ่นจนผมสงสารก็เลยอาสาออกค่าแท็กซี่ให้แต่เพียงผู้เดียว แล้วเตยก็บ่นน้อยลงแต่ก็ยังคงบ่นอยู่บ้างว่าเอาค่าแท็กซี่ไปเป็นค่าไอติมสเวนเซ่นที่เตยชอบดีกว่า ผมบอกว่าไม่เอาหรอกยอมนั่งแท็กซี่ให้เตยนั่งสบายๆ ค่าไอติมเดี๋ยวผมงดกินขนมหลังข้าวเที่ยงที่โรงเรียนสักสองสามวันก็เลี้ยงเตยได้แล้ว เตยจะยิ้มทุกครั้งที่ได้รับการเอาใจจากผม ผมชอบรอยยิ้มเตยเหมือนกับที่แม่ชอบรอยยิ้มผม แล้วแม่ก็มักจะรู้ว่าจะทำอย่างไรให้ผมมีรอยยิ้มที่แม่ชอบ

“น้องๆ วันนี้วันที่เท่าไหร่”
เสียงถามเดิมๆจากคนสติไม่ดีคนเดิมที่ผมเจอเป็นประจำแถวๆนี้ ตั้งแต่แม่อนุญาตให้ผมขึ้นรถไปไหนมาไหนเองได้ มันก็เพิ่งสองปีที่แล้วนี้เอง

“สิบ” ผมตอบเพราะมันเป็นหน้าที่ผม เพราะมีผมคนเดียวที่นั่งอยู่ตรงนี้

“สิบ..สิบ..สิบ..” ผู้ชายสติไม่ดีอายุน่าจะมากกว่าผมสักรอบกว่าๆเห็นจะได้ เดินนับนิ้วตัวเองไปเรื่อยๆ ปากก็พูดแต่สิ่งที่ผมบอก

ผมไม่เข้าใจพี่คนนี้เลยจริงๆ วันๆเขาได้แต่เดินไปถามคนโน้นคนนี้ว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่ ถามไปแล้วเขาจะเอาไปทำอะไร เขาอยากรู้ทำไม ผมเคยเห็นคนบ้ามาก็มากมายแต่ไม่เคยเห็นใครแปลกเท่ากับพี่คนนี้ ไม่มีใครกลัวแกเพราะแกไม่น่ากลัว ผมเผ้าไม่รุงรัง เสื้อผ้าไม่สกปรกมากมายเหมือนคนอื่นๆ ผมเคยถามแม่ว่าทำไมพี่เขาไม่สกปรกเหมือนคนบ้าคนอื่นๆ แม่บอกว่าพี่เขาอาศัยอยู่วัด พี่เขามีข้าวกิน พี่เขามีน้ำอาบ พี่เขามีเณรซนๆคอยเอากรรไกรมาเล็มผมให้ ผมถามแม่ต่อว่าแล้วพี่เขาเป็นอะไรทำไมถึงบ้า แม่บอกว่า..พี่เขาถูกทิ้ง..แล้วแม่ก็กอดผมหลังจากที่ตอบผม ผมถามว่าแม่กอดผมทำไม แม่บอกว่าก็แม่รักน้องแน็ตนี่นา

รถมาพอดีผมรีบขึ้นไปบนรถแล้วเลือกที่นั่งชิดริมหน้าต่าง ผมเลือกขึ้นรถเมล์เพราะจะได้มีตังค์เหลือไปเลี้ยงไอติมเตยก่อนหนังเข้า จากตรงนี้ไปที่นัดกันมันไม่เกินครึ่งชั่วโมง ผมแอบยิ้มคนเดียวเมื่อควักตังค์สี่ร้อยบาทที่แม่ให้ขึ้นมาดู แม่คงกะว่าจะให้ผมขึ้นแท็กซี่ไปให้ทันนัดเตยเลยทุ่มทุนมาเพิ่มอีกตั้งสองร้อยทั้งๆที่ให้อีกแค่ร้อยเดียวก็พอ แม่ก็อย่างนี้ทุกทีจนบางครั้งผมก็มีรำคาญบ้างที่แม่มาเอาใจผมมากเกินไป

รถเมล์เคลื่อนออกไปผมหันไปเห็นพี่คนบ้ากำลังนั่งเหมือนรอใครอยู่ที่หน้าปากทางเข้าซอยวัดใกล้ๆซอยบ้านคุณตา สงสัยจะรอถามใครอีกแน่ๆว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่ ผมยิ้มของผมคนเดียวเมื่อนึกถึงพี่คนนี้ สักวันผมจะต้องรู้ให้ได้ว่าพี่เขาจะถามไปทำไม รอให้แม่เผลอก่อนจะย่องตามพี่เข้าวัดสักวัน

..หนังจบแล้ว เตยไม่ยิ้มเลยสงสัยเตยไม่สนุก ผมรู้สึกเป็นกังวลอย่างมากมาย แล้วผมก็คิด คิด คิด ว่าจะทำยังไงดีให้เตยยิ้มออก นึกออกแล้ว..ใช้มุกแม่ดีกว่า แม่ชอบเอาของที่ผมชอบมาล่อเพื่อให้ผมอารมณ์ดี แล้วผมจะเอาอะไรมาล่อแฟนผมดีหล่ะ

“ตอเตย ไปกินไอติมกันมั๊ยแล้วค่อยกลับหอ”

“บ้าเหรอแน็ต ความจำเสื่อมหรือไงเพิ่งกินก่อนเข้าดูหนังจำไม่ได้แล้วเหรอ” เตยหันมาบอกผมด้วยน้ำเสียงรำคาญๆ เล่นเอาผมเจื่อนไปเลย แล้วผมก็เขกหัวตัวเองทำโทษที่ดันลืมไปว่ามุกนี้แม่เคยใช้กับผมแล้วผมก็ย้อนแม่กลับไปเหมือนกัน วันนั้นผมเห็นแม่หน้าจ๋อยแล้วผมก็เลยรู้สึกผิดทันที แต่ตอนนี้ผมไม่กล้าทำหน้าจ๋อยเหมือนแม่เพราะสายตาที่มองมาของเตยมันบอกได้ว่ารำคาญผมเสียจริงๆ

หลังๆมานี่เตยรำคาญผมบ่อย ไม่รู้ทำไม ทั้งๆที่ผมก็แสนจะเอาใจ ขอให้เตยบอกเถอะถ้าผมหามาได้ผมทำให้ได้ทั้งนั้น หรือถ้าผมทำไม่ได้ผมก็จะไปปรึกษาแม่แล้วแม่ก็จะสามารถทำให้ผมทำได้ อย่างเช่น เตยอยากได้มือถือใหม่ แต่ผมไม่มีตังค์ซื้อเพราะเพิ่งซื้อเครื่องใหม่ให้เตยไปเมื่อสามสี่เดือนก่อน แม่แนะนำว่าให้ผมเอาเงินของแม่ที่แม่จะเอาไว้ซื้อเครื่องซักผ้าใหม่มาใช้แทนเครื่องเก่าที่ใกล้จะพังเต็มที ไปซื้อมือถือเครื่องใหม่มาใช้ ผมงงถามแม่ว่าแล้วมันจะไปเกี่ยวอะไรกับเตย แม่บอกว่าให้ผมเอาเครื่องเก่าผมมาให้แม่ใช้ แล้วเอาเครื่องใหม่ไปให้เตยใช้ แล้วก็ให้ผมเอาเครื่องเก่าเตยมาใช้แทน แค่นี้เตยก็จะมีเครื่องใหม่ ผมยิ้มออกมาทันทีนี่แม่กำลังสอนให้ผมเสียสละใช่มั๊ยหล่ะ แม่นี่เยี่ยมที่สุดเลย

“แน็ต คืนนี้จะไปนอนหอเตยเหรอ ทำไมไม่บอกก่อน” เตยถามเมื่อเดินมาถึงป้ายรถเมล์หน้าห้างฯด้วยกัน

“ก็อยากให้เซอร์ไพรส์ไง” ผมบอกพร้อมกับทำหน้ายิ้มทะเล้นแต่เตยไม่เห็นยิ้มด้วยเลย

“คืนนี้เตยอยากนอนคนเดียว แน็ตกลับบ้านได้ป่ะ”

“อ้าว กะว่าจะไปซักผ้าให้ซะหน่อย” ผมพยายามหาข้ออ้างเพื่อที่จะได้ไปนอนกับเตย ข้ออ้างข้อนี้น่าจะเป็นข้ออ้างที่เตยสนใจที่สุด เพราะเตยชอบให้ผมซักเสื้อผ้าให้

เตยบอกว่าผมเป็นคนซักเสื้อผ้าสะอาด จะไม่ให้สะอาดได้ยังไงก่อนที่ผมจะหัดซักเสื้อผ้าเป็นนี่ผมต้องคอยปรึกษาเทรนเนอร์คู่กายผมตลอดเวลา ตั้งแต่วิธีเตรียมน้ำ ใช้ผงซักฟอกอะไรที่ไม่กัดมือ ผมจำได้ว่าวันนั้นผมโทรถามแม่ตลอดทุกขึ้นตอน แม่บอกว่าให้แยกเสื้อผ้าสีขาวออกจากผ้าสีๆ แยกกางเกงออกจากเสื้อ ใช้ผงซักฟอกแค่ไหนกับผ้ากี่ชิ้น แม่ดูตื่นเต้นมากมายที่ผมหัดซักผ้าเองทั้งๆที่เวลาอยู่บ้านให้แม่ใช้แค่ไหนผมก็ไม่ทำ ผมเคยถามเวลาที่แม่ซักผ้าว่าถ้าไม่มีเครื่องซักผ้าแม่จะทำยังไง แม่บอกว่าแม่ก็ซักมือสิ เมื่อก่อนแม่ต้องซักผ้าอ้อมผม เสื้อผ้าเด็กอ่อนของผม ถุงเท้าของผมตอนไปโรงเรียนด้วยมืออยู่แล้ว เพราะเครื่องซักไม่สะอาด

แม่สอนแม้กระทั่งการเปิดปิดเครื่อง ผมก็ฟัง ฟัง ฟัง พอแม่วางหูไปแล้ว ผมก็พูดบอกไปกับความเงียบว่า แม่ฮะ..ห้องเตยไม่มีเครื่องซักผ้าฮะแม่..

ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างผมจะซักผ้าด้วยมือเป็นกับเขาเหมือนกัน โดยเฉพาะชุดชั้นใน ผมบรรจงซักด้วยความตั้งใจเพราะเป็นห่วงกลัวมันจะไม่สะอาด ตัวผมเองผมไม่ห่วงหรอกผมห่วงเตยมากกว่า เดี๋ยวเตยใส่แล้วคันตรงนั้นตรงนี้ผมสงสารแย่เลย แล้วแม่จะต้องภูมิใจในตัวผมเหมือนกับที่เตยภูมิใจ

“ไม่ต้องอ่ะ เพิ่งซักไปเมื่อวานซืนแน็ตจะซักอะไรนักหนา”

“งั้น..ไปกวาดห้องให้ก็ได้ เดี๋ยววันนี้แถมถูให้เสร็จสรรพเลย” ผมพยายามออดอ้อนเต็มที่กะว่ามุกนี้ก็น่าจะโอเค เตยไม่ต้องเหนื่อยเรื่องการเก็บกวาดทำความสะอาดห้องอีกเลยตั้งแต่รู้จักกับผม ซึ่งก็คงคล้ายๆกับผมที่ไม่เคยต้องเหนื่อยกับเรื่องเก็บกวาดบ้านเลยตั้งแต่รู้จักกับแม่ ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าออกจากท้องแม่ซะมากกว่า

ตอนคบเตยได้เดือนกว่าๆ เตยมักจะเริ่มบ่นว่าห้องรกบ้าง ฝุ่นเยอะบ้าง ถ้าอยู่คนเดียวนานๆทีเตยถึงจะเก็บกวาดทำความสะอาดห้อง แต่นี่มีผมมานอนด้วยบ้างบางวันมันจึงทำให้เตยต้องเก็บกวาดถี่ขึ้น เพราะผมเป็นภูมิแพ้ ผมเจอฝุ่นเยอะๆไม่ได้ เป็นต้องทั้งไอทั้งจาม แล้วถ้าวันไหนผมแพ้มากๆ เตยจะเครียดแต่ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงผมหรอกนะครับ เตยบอกว่า..รำคาญ..

แต่ผมก็เข้าใจเตยนะ เพราะเวลาที่ผมแพ้ฝุ่นมากๆ ผมก็รำคาญตัวผมเองเหมือนกัน แล้วยิ่งแม่ต้องลุกลี้ลุกลนวิ่งหาโน่นหานี่มาบำบัดอาการแพ้ของผมด้วยความเป็นห่วง ผมยิ่งรำคาญตัวผมเองเข้าไปใหญ่ที่ทำให้แม่ต้องเดือดร้อนจนบางครั้งแม่ดูจะร้อนรนจนมากเกินไป มันก็คงคล้ายๆกับที่เตยต้องมาเดือดร้อนปัดกวาดเช็ดถูห้องบ่อยๆเพื่อที่ผมจะได้ไม่ไอและจามให้น่ารำคาญ ผมสงสารเตยผมเลยจัดการยึดหน้าที่เป็นคนทำความสะอาดห้องของเตยตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา แล้วไอ้ที่ผมกวาดถูห้องเก่งนี่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนสอนมาหรอกนะ ก็แม่อีกนั่นแหละ แม่ใช้เวลาสอนผมเพียงแค่วันเดียว ผมทำเป็นเลย แล้วผมก็ทำที่บ้านแค่วันเดียวจริงๆ ของอย่างนี้ทำบ่อยๆที่บ้านไม่ได้หรอก แม่ไม่ยอมแน่ๆ ไม่รู้ว่าแม่จะเป็นห่วงกลัวผมจะเหนื่อยอะไรนักหนา

ไอ้เรื่องกลัวผมเหนื่อยกลัวผมลำบากนี่ยังรวมไปถึงเรื่องถือของเวลาไปช็อปปิ้งที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตด้วยนะ แม่จะซื้อๆๆ จนเต็มรถเข็นเวลาเงินเดือนแม่ออก แล้วแม่ยังจะมาคอยช่วยผมเข็นรถเข็นให้มันวุ่นวายอีกตลอดเวลา แค่แม่เลือกซื้อของเปรียบเทียบราคาของก็วุ่นวายจะตายอยู่แล้ว ไม่เห็นเหมือนเตยเลย เตยจะปล่อยให้ผมเข็นรถเข็นตามเตยไปเรื่อยๆ คนเดียวโดยไม่ต้องเข้ามาวุ่นวายช่วยเข็นเหมือนแม่ ผมว่าก็ดีนะ ผมชอบเวลาเตยเดินเลือกซื้อของ เตยจะหยิบโน่นหยิบนี่ อันไหนออกใหม่ รูปทรงโดนใจเตยก็จะไม่ลังเลเลยที่จะหยิบมายื่นให้ผมเป็นคนเอาใส่รถเข็น ผมไม่อยากให้เตยลำบากอะไรช่วยได้ก็จะช่วยเล็กๆน้อยๆก็ทำให้ได้

โดยเฉพาะตอนสำคัญ..ตอนหิ้วของพะรุงพะรังเต็มสองไม้สองมือนี่แหละ ผมไม่ยอมให้เตยต้องเหนื่อยกับเรื่องแบบนี้เลย ซึ่งเตยเองก็ดูจะชอบอยู่มากมาย ผมจะอาสาเป็นคนหอบหิ้วด้วยตัวเอง มันดูแมนมากๆเลยนะในความรู้สึกของผมเวลาใครเห็นเขาจะได้รู้ว่าผมรักแฟนผมขนาดไหน อ๋อ..ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมแม่ชอบแย่งผมถือของเป็นเพราะว่าแม่อยากให้ใครๆรู้ว่าแม่รักผมนี่เอง ดีนะที่ผมปล่อยให้แม่ถือเองทุกครั้งไม่งั้นมันคงขัดความตั้งใจแม่แย่เลย

“แน็ต วันนี้กลับบ้านไปก่อนนะ แล้วพรุ่งนี้ตอนเย็นๆ แน็ตไปหาเตยที่หอแล้วกัน”

“เตย เตยเป็นอะไรทำไมเดี๋ยวนี้เตยแปลกๆ ดูเตยรำคาญแน็ตมากมายเหลือเกิน”

“ไม่รู้สิ” เตยตอบแล้วก็รีบก้าวขึ้นแท็กซี่ที่โบกมือเรียก ทิ้งให้ผมต้องขึ้นรถเมล์กลับเพราะมีเงินไม่พอค่าแท็กซี่แล้ว

ผมกลับบ้านมาเจอกับแม่พอดี แม่ไม่แปลกใจที่ผมกลับมาบ้านด้วยท่าทางอิดโรยเพราะระยะหลังผมมักจะมีท่าทางแบบนี้บ่อยครั้งหลังจากเจอกับเตยแล้ว แม่ไม่เคยถามอะไรได้แต่เอามือมาลูบหัวผมเบาๆแทน แล้วผมก็จะร้องไห้มันร้องออกมาเองโดยที่ไม่ต้องพูดอะไร ผมเสียใจแม่รู้ แต่แม่เสียใจที่เห็นผมต้องมานั่งเสียใจ..ผมไม่เคยรู้

เย็นวันรุ่งขึ้นผมเดินหัวเสียกลับออกมาจากหอของเตย เพราะว่าแม่บ้านที่นั่นบอกว่าเตยไม่อยู่ไปต่างจังหวัดฝากให้บอกผมด้วย ผมจะไม่หงุดหงิดเลยถ้าเตยจะเปิดมือถือ นี่ผมติดต่อเตยไม่ได้ผมไม่รู้เลยว่าเตยนัดผมมาแล้วทำไมถึงไม่อยู่ แล้วเตยไปไหน วันพรุ่งนี้โรงเรียนหยุดผมก็นึกว่าจะได้นอนกับเตยที่หอคืนนี้แล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับไปกินข้าวเย็นกับแม่ เตยทำให้ผมว้าวุ่นใจ

ผมขึ้นรถเมล์แล้วมาลงหน้าปากซอยบ้านคุณตาเพราะโทรนัดกับแม่ว่าให้แม่ออกมารับที่ตรงปากซอยเลย เพราะแม่ไม่ยอมให้ผมนั่งมอเตอร์ไซค์เข้าไปหาที่บ้านคุณตาแม่เป็นห่วง

“น้องๆ วันนี้วันที่เท่าไหร่” เสียงถามคุ้นหูดังมาจากคนที่สะกิดแขนผมจากด้านหลัง ผมหันไปมองด้วยความตกใจเล็กน้อยเพราะวันนี้พี่แกเล่นถึงเนื้อถึงตัวผมเลย แล้วผมก็รู้สึกโกรธที่พี่เขาทำผมตกใจแถมผมเองก็ยิ่งมีเรื่องหงุดหงิดใจอยู่อีกด้วย ผมจึงหันไปใส่อารมณ์กับพี่เขา

“จะถามทำไมนักหนาพี่ พี่อยากรู้ไปทำไม รู้แล้วเอาไปทำอะไรได้ ถามอยู่นั่น เห็นถามอย่างนี้มาเป็นปีๆแล้ว ใครผ่านไปผ่านมาก็ถาม ถามแล้วก็ไม่จำ” ผมใส่เป็นชุด พี่เขาผงะออกเล็กน้อยด้วยความตกใจที่เห็นผมโกรธ

“วันนี้ วันที่เท่าไหร่” แล้วพี่เขาก็ถามอย่างเดิม น้ำเสียงเหมือนเดิม หน้าตาก็เหมือนเดิม ไม่ได้โกรธที่ผมตะคอกใส่

“เมื่อวานวันที่สิบ วันนี้ก็ต้องเป็นวันที่..สิบ..เอ..สิบสองสิ จำไม่ได้หรือไง” ผมบอกด้วยน้ำเสียงรำคาญในตอนแรกแล้วก็นึกสนุกแกล้งพี่เขาในตอนหลัง

“สิบสอง สิบสอง จำได้ จำได้ๆๆๆๆๆ” พี่เขาตื่นเต้นมากมายหลังจากที่ผมบอก ตื่นเต้นจนผมประหลาดใจก่อนจะวิ่งไปกระโดดไปราวกับว่าดีใจกับอะไรสักอย่างเข้าไปทางปากซอยวัด

ผมคิดอะไรขึ้นมาได้รีบเดินเร็วๆ ตามพี่เขาไปทันที ผมตามเข้ามาถึงในวัดตอนนั้นเริ่มจะโพล้เพล้แล้วแต่ก็ยังไม่มืดเท่าไหร่ ผมเดินอย่างระมัดระวังมองหาพี่คนนั้นไปจนทั่วลานหน้าวัดก็ไม่เห็นมี จนมันเริ่มจะมืดแล้ว ผมเลยเปลี่ยนใจกำลังจะเดินกลับออกไปเพราะกลัวว่าเดี๋ยวแม่มารับที่หน้าปากซอยแล้วจะไม่เจอ

“สิบสอง สิบสอง” เสียงท่องเลขสิบสองบอกถึงความดีใจดังเบาๆมาจากหลังต้นไม้ใหญ้ต้นหนึ่ง ผมเลยค่อยๆย่องเข้าไปดู ก็เห็นพี่คนนั้นนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่สายตาเหม่อมองออกไปยังเบื้องหน้าซึ่งก็คือประตูวัด ผมมองตามด้วยความไม่เข้าใจ

“อ้าว ไอ้ทิ้ง มานั่งยิ้มอยู่ตรงนี้อีกแล้ว โดนใครเค้าหลอกมาอีกหล่ะสิ” ผมหันไปมองที่มาของเสียงซึ่งนั่นก็คือหลวงตาแก่ๆรูปหนึ่ง ท่านหันมาเห็นผมแล้วมองผมด้วยสายตาสงสัย

“เอ่อ..พี่เขามานั่งรอใครเหรอฮะหลวงตา” ผมชิงถามทันทีก่อนที่หลวงตาจะถามอะไรผม

“อ๋อ มันมานั่งรอแม่มัน รอมาอย่างนี้หลายปีแล้ว แม่มันเอามันมาทิ้งไว้ที่วัดนี่แหละแล้วก็บอกมันเอาไว้ว่าเดี๋ยววันที่สิบสองสิงหาจะมารับ มันโดนทิ้งมาตั้งแต่ยังไม่สิบขวบ ทุกวันๆก็จะมานั่งรอตรงนี้ จนแล้วจนเล่าแม่มันก็ไม่มารับ มันร้องไห้ทุกวันเลยนะ ร้องไห้จนเสียสติแล้วก็เที่ยวเดินถามใครต่อใครว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่ พอคนเขาบอกวันที่มันมาถ้าไม่ใช่วันที่สิบสองมันก็จะเดินไปถามไปจนเมื่อยจนเหนื่อยหลับไปเอง แต่ถ้าเป็นวันที่สิบสองเมื่อไหร่ มันก็จะมานั่งตรงนี้ ไม่ว่าจะสิบสองเดือนไหนมันก็จะมานั่งตรงนี้ จนบางทีก็โดนคนเขาหลอกเล่นเอามันก็เชื่อแล้วก็จะมานั่งตรงนี้ รอแม่มารับ พอรอนานๆเข้าก็เริ่มจะร้องไห้ มันจะร้องไห้สะอึกสะอื้นเบาๆอยู่ของมันคนเดียวตรงนี้จนกว่าจะเช้า นั่นไง ดูสิ มันเริ่มร้องแล้ว น่าสงสารมันมันไม่รู้เลยว่าแม่มันไม่สนใจไยดีเอามันมาทิ้ง น่าแปลกเนอะหลวงตาก็ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงได้รักแม่ที่ทอดทิ้งมันนักหนา” หลวงตาพูดไปเรื่อยๆโดยที่ไม่รู้เลยว่าคนที่ฟังได้เดินจากออกมาจากตรงนั้นช้าๆ ด้วยใบหน้าที่ทุกข์ระทม

ผมเดินออกมารอแม่ตรงที่เดิมที่นัดกัน แต่วันนี้ผมรอนานจนใจไม่ค่อยดี คำพูดหลวงตามันยังก้องอยู่ในโสตประสาทของผม ผมรู้สึกกระวนกระวายเมื่อยกนาฬิกาขึ้นดูเห็นว่ามันเกือบจะสองทุ่มแล้ว ทำไมแม่ยังไม่ออกมาจากบ้านคุณตาอีก แบตโทรศัพท์ผมหมดตู้แถวนั้นก็เสีย

..หรือผมจะโดนทิ้ง..เหมือนที่เตยทิ้งผมวันนี้

ไม่หรอก..แม่ไม่เคยทิ้งผม แม่ไม่เคยดูดายผม ผมยังจำได้เมื่อตอนเด็กๆ แม่ไปนั่งรอผมที่เรียนพิเศษได้เป็นวันๆ แม่ไปนั่งรอผมเล่นของเล่นในห้างได้เป็นชั่วโมงชั่วโมง แม่ไม่เคยกินข้าวก่อนผมถ้าผมบอกว่าจะกลับไปกินข้าวที่บ้าน ถึงแม้ว่าผมจะเถลไถลจนแม่ต้องนั่งแบกท้องรอ แม่ไม่เคยนอนหลับถ้าไข้ผมยังไม่ลด แม่ไม่เคยนอนก่อนถ้าผมยังอ่านหนังสือถึงแม้ว่าวันรุ่งขึ้นแม่จะมีประชุม

..แม่ไม่เคยน้อยใจที่ในวันแม่ผมมีแค่ดอกมะลิช่อเล็กๆ มาให้แล้วเอาเงินเก็บที่แม่ให้ไปซื้อของขวัญวันเกิดให้แฟน..

เสียงไซเรนจากรถมูลนิธิดังน่ากลัวจนผมขนลุก ใจยิ่งไม่ค่อยดีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำไมมันต้องดังออกมาจากซอยบ้านคุณตาด้วย แล้วทำไมแม่ยังไม่มา ผู้คนหน้าปากซอยเริ่มให้ความสนใจจับกลุ่มคุยกันถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในซอย ผมบอกตัวเองว่าให้เดินไปถามว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ขาเจ้ากรรมมันไม่ทำตามสมอง จะมีก็แต่หูที่ผึ่งขึ้นทันทีที่ได้ยินใครคนหนึ่งที่กำลังเดินมาแถวๆที่ผมนั่งอยู่พูดขึ้นว่า..ผู้เคราะห์ร้ายเป็นผู้หญิง ขับรถออกมาคนเดียวพอมาถึงที่เปลี่ยวก็โดนขี้ยาแถวนั้นดักรถไว้ก่อนจะเปิดประตูที่เจ้าตัวไม่ได้ล็อกแล้ว...แล้ว...รุมทำร้ายร่างกายจนตายก่อนจะค้นเอาข้าวของไปจน...หมด

ผมหน้าซีดเผือดเมื่อฟังจบ เหงื่อแตกท่วมใบหน้า ขาสั่นขึ้นมาเองอย่างไม่ตั้งใจ ประตูที่ไม่ได้ล็อก..แม่มักจะลืมล็อกประตูรถ ค้นเอาข้าวของไปจนหมด..รถแม่มักจะเต็มไปด้วยข้าวของ

“แม่.......แม่!” ผมร้องตะโกนเสียงหลงจนคนแถวนั้นต่างก็หันมามองเป็นตาเดียว แล้วผมก็วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่งไปที่ปากซอยบ้านคุณตาทันทีที่ผมเห็นเหมือนจะเป็นรถของแม่กำลังเคลื่อนตามรถมูลนิธิออกมา มันยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดที่ทำไมต้องเป็นแม่

“แม่.....แม่.....” ผมร้องตะโกนอย่างไม่อายใคร ผมเสียใจ ผมเจ็บปวดใจ ผมนึกกลัวขึ้นมาจับหัวใจผมกลัวโดนทอดทิ้งเหมือนพี่ทิ้งคนบ้าในวัด แม่จะมาทิ้งผมไปอย่างนี้ไม่ได้ ผมไม่ยอม ผมเคยคิดว่าจะอยู่อย่างไรถ้าเตยทิ้งผม เตยคือทุกสิ่งทุกอย่างของผมทั้งๆที่ผมคือทุกสิ่งทุกอย่างของแม่ แต่มาถึงตอนนี้เตยได้หลุดออกไปจากห้วงคำนึงของผมอย่างสิ้นเชิง

แม่คือทุกสิ่งทุกอย่างของผม..ถ้าไม่มีแม่แล้วผมจะอยู่ยังไง ชีวิตผมสามารถมีแฟนได้หลายๆคน แต่ผมมีแม่ได้แค่เพียงคนเดียว คนเดียวเท่านั้น..จริงๆ

..แม่..

“แม่!!!!” ผมตะโกนอย่างสุดเสียงอีกครั้งเมื่อวิ่งมาถึงรถแม่

“น้องแน็ต?”

เสียงใคร..ผมหยุดกึกลงทันทีก่อนที่มือของผมจะทุบลงบนกระจกรถแม่

“เป็นอะไรลูก แม่ขอโทษที่มาช้า แม่รถติดอยู่ในซอยออกมาไม่ได้เลยลูก” แม่ลดกระจกลงก่อนจะชะโงกหน้ามาบอกผมด้วยน้ำเสียงขอโทษ ผมได้แต่อึ้งทำอะไรไม่ถูก แอบหยิกแขนตัวเองเบาๆให้รู้ว่าตื่นอยู่หรือฝันไป ก้มตัวลงมองจ้องสบตากับแม่แทบไม่กระพริบ

“ขึ้นรถเร็วลูก เค้าบีบแตรไล่แล้ว” แม่พยักหน้าเรียก ผมสะดุ้งตื่นจากภวังค์แล้วรีบเปิดประตูฝั่งคนนั่งขึ้นไปนั่งคู่กับแม่ ผมหันมองจ้องแม่ตาแทบไม่กระพริบ ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบใบหน้าแม่เบาๆเหมือนไม่อยากเชื่อว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป

แล้วผมก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตาเมื่อมือผมสัมผัสได้ถึงความอุ่นจากกายของแม่ ผมผวาเข้ากอดแม่แน่นราวกับกลัวว่าแม่จะหายไปจนแม่ผมต้องถามด้วยความสงสัยว่าผมเป็นอะไร แต่แม่ก็ไม่ว่าที่ผมขอจะกอดแม่ไปตลอดทางจนกลับถึงบ้าน

“แม่..แน็ตรักแม่จัง..” ผมบอกแม่ครั้งแล้วครั้งเล่าจนแม่แซวว่าผมกำลังประจบจะเอาอะไรจากแม่

“แล้วถ้าแน็ตขอแม่จะให้ได้หรือเปล่าหล่ะ” ผมถามออดอ้อนแม่พยักหน้าให้ทันที

“แน็ตอยากให้แม่อยู่กับแน็ตไปตลอดชีวิต”

“เอาอย่างนั้นเลยเหรอลูก แน็ตจะไม่ให้แม่แก่ตายเลยหรือไงลูก”

“ไม่ให้ ไม่ยอม แม่ห้ามแก่ แม่ห้ามตาย แม่ห้ามทิ้งแน็ตไปไหน.....” แล้วผมกับแม่ก็เถียงกันเรื่องความแก่ของแม่อย่างสนุกสนานไปจนกระทั่งถึงบ้านเลยทีเดียว

..................................................................................................................................................................................

..ผมนั่งเหม่อมองสายน้ำผ่านม่านน้ำตาที่หลั่งริน..

วันนี้ผมเอากระดูกของแม่มาลอยอังคาร ผมส่งแม่คืนกลับสู่สายน้ำดั่งที่แม่ตั้งใจ

“คุณยายแน็ตขา หนูอยากทานไอติม คุณยายพาหนูไปทานหน่อยนะคะ” เสียงออดอ้อนเจื้อยแจ้วจากเด็กหญิงวัยห้าขวบที่เกาะแข้งเกาะขาผมอยู่

“หนูนุ่น คุณแม่บอกว่าให้เรียกคุณตา คุณตา ไม่เคยจำเลยนะ ไม่เรียกคุณตาเดี๋ยวคุณตาแน็ตไม่พาไปทานไอติมไม่รู้ด้วย” เสียงของหลานสาวลูกของลูกพี่ลูกน้องผมปรามลูกสาวจอมซนของตัวเองเสียจนผมอดที่จะหัวเราะออกมาเบาๆไม่ได้

ผมค่อยๆก้มตัวลงไปอุ้มหลานสาวจอมซนขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอย่างลำบากเพราะความชรา ก่อนจะเหม่อมองออกไปที่สายน้ำอีกครั้ง

..รอแน็ตเดี๋ยวนะแม่อีกไม่นานแน็ตจะตามแม่ไป..

..........................................................................................

ขอคั่นด้วยเรื่องสั้นแต่ว่ายาวไปหน่อยนะคับ เกือบจะไม่ทันวันพรุ่งนี้ซะแล้ว เฮ้อ....รักตัวเองแล้วอย่าลืมรักแม่ด้วยนะคับ แค่บอกรักแม่หรือแค่กอดแม่เบาๆ เราก็จะรู้ว่าเราเองนั่นแหละที่มีความสุข..ลิงยักษ์รักทุกคน..



Share |

By : kingkong    Date : 11 Aug 2009 21:30    แจ้งลบกระทู้ หมายเลข 364363 ( คนทั่วไปแจ้งลบ )    ลบกระทู้ เฉพาะ เจ้าของกระทู้เท่านั้น !! ( ลบกรณี Post ซ้ำ , ไม่ต้องการให้มีกระทู้นี้ในระบบ )

เปิดอ่าน กระทู้ทั้งหมด ที่ kingkong ตั้งกระทู้ 141 กระทู้
Topic ล่าสุด ที่ kingkong ตั้ง 6 กระทู้ มีดังนี้
 386748   อยาก (แอบ) รัก..ตอนที่ 35
 384616   อยาก (แอบ) รัก..ตอนที่ 34
 382659   อยาก (แอบ) รัก..ตอนที่ 33
 381385   อยาก (แอบ) รัก..ตอนที่ 32
 381096   อยาก (แอบ) รัก..ตอนที่ 31
 379341   อยาก (แอบ) รัก..ตอนที่ 30
เปิดดู กระทู้อื่นๆ ที่ kingkong เข้าร่วมตอบ ( ทั้งหมด ทุกๆ กระทู้ )


ความคิดเห็นตามปี : [ ปี 2552 ]   [ ปี 2553 ]   [ ปี 2554 ]   [ ปี 2555 เป็นต้นไป ]  
หน้านี้ แสดง ความคิดเห็นตั้งแต่ปี พศ. 2555 ( คศ. 2012 ) เป็นต้นไป เท่านั้น !



ขอเชิญร่วมตอบกระทู้
ความคิดเห็น
โดย
Member ID
** เฉพาะสมาชิกระบุ ID (ตัวเลข)
Password** เฉพาะสมาชิก => [[ สมัครสมาชิก Click!! ]]


คลิกที่รูป เพื่อแทรกรูปลงในข้อความ

ย่อหน้า จัดกึ่งกลาง ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
จัดรูปแบบข้อความ

120388 : กระทู้ขอร้อง : คิด ก่อน โพส !  
คำเตือน !!
1. การ Post ข้อความ ที่เป็น การรบกวน ความเป็นส่วนตัว การสบประมาท ดูหมิ่น หยาบคาย อนาจาร ซึ่งรุกรานต่อความเป็นส่วนตัว เป็นภัยต่อผู้อื่นบนเว็บไซต์ มีความผิดทางกฎหมาย
2. เพื่อความปลอดภัย และ ความเป็นส่วนตัว โปรดหลีกเลี่ยง การลงเบอร์โทร ชื่อ-สกุล จริง ในการ Post ข้อความ แนะนำ ให้ติดต่อกันทาง Email ตรง !! จะดีกว่านะ !!
[ ปิดหน้าต่างนี้ ]



 


Mobile Zone
SMS MMS Logo

บ้านทอมดี้

น่ารัก ดอท คอม www.narak.com ศูนย์รวม ความน่ารัก

ทอมดี้น่ารัก ศูนย์รวมทอมกะดี้

board.narak.com
Google
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. ทุกความคิดเห็น จะถูกส่งขึ้นระบบ โดยอัตโนมัติ เพื่อการแลกเปลี่ยน โดยอิสระ ทางเวป ไม่ขอรับผิดชอบ ข้อความที่อยู่ในนี้ ว่า มี ความเชื่อถือ - มากน้อย แค่ไหน โปรดใช้ วิจารณญาณ ในการเยี่ยมชมของผู้เยี่ยมชม เป็นตัวแยกแยะความถูก-ความผิด ของข้อมูล
2. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
3. ผู้จัดทำ และ ทีมงาน ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากคัดลอก บทความและเนื้อหา จากที่ใด ขอความร่วมมือ ลง Credit ให้กับ ที่มาด้วย หรือเพื่อให้ทีมงานง่ายต่อ การตรวจสอบ หากมี การละเมิดลิขสิทธิ์ ทางทีมงานจะขอลบออกจากระบบ

ผู้สนับสนุน : งาน หางาน งานราชการ งานรัฐวิสาหกิจ งานสถานศึกษา งานบริษัท | รถมือสอง | รถยนต์มือสอง
หวย สถิติหวย ตรวจหวย ใบตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล | Directory | จตุคามรามเทพ | game games
HIV AIDS | เกม เกมส์ เกมส์แต่งตัว เกมส์ทำอาหาร เกมส์ปลูกผัก | Wallpaper Mazda3 | Barbie
CheckDomain Check IP-address | Speed Test | Job | รหัสไปรษณีย์ คำขวัญจังหวัด
เกมส์เต้น | เกมส์ต่อสู้ | เกมส์บุรุษพยาบาล | ดูหนัง

Copyright © Since March 2005 www.narak.com ( น่ารักดอทคอม ) , Code : Moha


Content Share
www.kapook.com
เรื่องเด่น ประเด็นร้อน บันเทิง กีฬา ที่นี่เลย
Kapook Men รวมเรื่องน่ารู้ของผู้ชาย คลิกเลย
เรื่องย่อละครทองเนื้อเก้า
DIY สร้อยคอจากดินสอสี
7 เคล็ดลับ เติมชีวิตเซ็กส์หลังคลอดให้เร่าร้อนกว่าที่เป็น
ท่ายาก เน้น ๆ เมื่อเหล่าดาราเล่นโยคะท่ายาก จะแซบแค่ไหนมาดูกัน
ทรงผมที่เหมาะกับชุดราตรีสั้น เรียบหรูดูดี เซ็กซี่มีสไตล์
เสื้อชีฟอง แฟชั่นเซตนี้หวานสดใส น่าใส่ทุกแบบ
สวยไม่สร่าง ! ดารารุ่นใหญ่ที่ยังสวยเด้ง เป๊ะทุกองศา
รวมอินสตาแกรมดารา นักร้อง คลิกเลย !!!